บทที่ 2 ตอนที่ 1 พานพบอีกครากับความทรงจำที่เลือนหาย 2

สาวน้อยกระตุกยิ้ม แววตาเหี้ยม แค่นเสียงเย็น           “ข้าได้ยินเจ้าข่มขู่ทุกคำ แต่เป็นเจ้าเองที่ไม่ดูให้เต็มตาว่างานของข้าเสร็จเรียบร้อยหรือยัง” 

จบคำก็กระชากหัวม่านเหนียงขึ้นแล้วกดลงไปอีก

ศีรษะถูกดึงรั้งจนแสบตึงมีเลือดซึมกระนั้นกลับไม่มีใครมองเห็นเพราะแรงอัดกระแทกของน้ำที่ทำคนเจ็บปวดล้วนดูดกลืนหลักฐานไปสิ้น

แขนใหญ่ของม่านเหนียงตีน้ำดังตูมๆ ผิวน้ำแตกกระจาย ละอองน้ำคละคลุ้งทั่วบริเวณ พวกสาวใช้คนอื่นที่ถูกม่านเหนียงข่มแหงพากันเบิกตาโพลง แน่นอนว่าพวกนางไม่คิดห้ามปราม หลายคนยังแอบชอบใจ แต่อีกหลายคนไม่รู้ว่าจะต้องทำฉันใด จึงวิ่งพล่านกรีดร้องวุ่นวาย

ซิงเยว่คล้ายไม่ได้ยินเสียงสับสนอลหม่านของผู้คนรอบกาย บางสิ่งในตัวนางกำลังสั่งว่าหากต้องลงมือคราใด ควรเอาให้ตาย...มิเกี่ยงว่าคับขันหรือไม่ ทว่าการไว้ชีวิตศัตรู คือเรื่องโง่เขลาที่สุดในใต้หล้า!

มือเล็กจับร่างใหญ่กดลงมิดลำธารจนแน่นิ่งไป

คฤหาสน์หลิวซิงตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาราบสูงเหนือหมู่บ้าน มีเรือนเล็กเรือนน้อยในอาณาเขตมากมาย ล้อมรอบด้วยแปลงผัก คันนา ไร่ชาแบบขั้นบันได

ทิศบูรพาเหนือขึ้นไปทางริมระเบียงสูงบนชั้นสามของเรือนใหญ่ บุรุษหนุ่มร่างสูงสง่าในชุดแพรหรูหราสีขาวยืนโดดเด่นอยู่ตรงนั้น สาวใช้หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพราสองคนคุกเข่าปรนนิบัติอยู่ด้านข้าง คนหนึ่งคอยโบกพัด อีกคนคอยดูแลปรนนิบัติชงชาหอมชั้นดีประคองส่งอย่างนอบน้อม

บุรุษผู้นี้คือหลิวไท่หยาง

นายน้อยหลิวแห่งคฤหาสน์หลิวซิง เจ้าของรูปลักษณ์โดดเด่น ความสามารถล้ำเลิศเกินหยั่ง รูปหน้าดั่งรูปปั้นสลักที่ดูเย็นชาไร้ความรู้สึก หากแต่งดงามแฝงด้วยพลังอำนาจ

ดวงตาคู่คมทรงเสน่ห์ล้ำลึกแผ่ซ่านบารมีกดดันผู้คนกำลังกวาดมองทุกสิ่งอย่างเย็นชา ท่าทีสงบนิ่งเงียบงันนั้นกำจายกลิ่นอายเคร่งขรึมอันน่าเกรงขามออกมาท่วมท้น        แม้ตัวคนจะมีใบหน้าหล่อเหลางดงามกว่าสตรีทั่วไปก็ตาม

ริมระเบียงตรงนี้นับเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุดประจำคฤหาสน์หลิวซิงของเขา ไม่ว่าจะเป็นลานกว้าง       โรงครัว โรงบ่มเหล้า ลานตากพืชพรรณ สวนพฤกษา โรงชา ล้วนไม่อาจหลุดรอดสายตา

เนตรคมกล้าบนใบหน้าหล่อเหลาเปี่ยมเสน่ห์เย้ายวนจึงบังเอิญเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดที่โรงซักล้างริมธารชัดเจน แม้อยู่ห่างไกลสักหน่อยแต่ไม่เกินกำลังให้คนเพ่งพิศ

สาวใช้ตัวน้อยนางนั้นหาญกล้าไม่เบา

“พาตัวนางมา”

เสียงทุ้มเอ่ยเรียบเรื่อยไปทางลูกน้องคนสนิท

บุรุษหนุ่มร่างสูงใหญ่นามจิ้นสิงที่ยืนนิ่งเยื้องทางแผ่นหลังนายน้อยของตนจึงค้อมศีรษะประสานมือ

“ขอรับ”

เขาหมุนตัวเดินไปทางประตูด้านหนึ่ง สั่งการออกไปเพียงสองสามคำ จากนั้นคนก็เดินนำหน้าบ่าวใต้อาณัติไปทางเรือนซักล้าง ตรงตำแหน่งริมธารที่กำลังเกิดเรื่องรุนแรง

ครั้นสาวใช้บริเวณนั้นเห็นบุรุษหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่เครื่องหน้าคมคายเดินเข้ามาด้วยท่าทางเย็นชาชวนกริ่งเกรงพร้อมกลิ่นอายน่าเกรงขามก็พากันตัวสั่น

สาวใช้คนหนึ่งกล่าวเสียงเครือ “นี่มิใช่องครักษ์จิ้น คนสนิทของนายน้อยหลิวหรอกหรือ?”

ด้วยตำแหน่งที่เป็นถึงคนสนิท และท่าทางน่ายำเกรง จึงมิแปลกที่จิ้นสิงจะมีอิทธิพลกับเหล่าบ่าวไพร่

หลายคนมองอย่างหวาดกลัว แต่หลายคนกลับมองอย่างเขินอาย เพราะมิง่ายที่คนระดับคนสนิทของผู้เป็นนายจะเยื้องกรายมาทางเรือนอันต่ำต้อยอย่างโรงซักล้าง

บ่าวไพร่รีบหลบทางให้เป็นสองฝั่งดังธาราปริแยก เพื่อให้บุรุษเดินผ่านโดยสะดวก จิ้นสิงนับเป็นเทพมาจุติสำหรับสาวใช้ในเรือนแห่งนี้ คนจำนวนหนึ่งรีบเอาหน้า หมายเรียกร้องความสนใจทันที

“อา...เร็วเข้า รีบไปห้ามทาสน้อยกับม่านเหนียงเร็ว”

“องครักษ์จิ้น ท่านต้องการสิ่งใด สั่งการข้าได้เลย”

“องครักษ์จิ้น ทางนี้เจ้าค่ะ”

หลายเสียงยื้อแย่งแข่งกันเอาใจ ทว่าเจ้าของนามเพียงยืนนิ่งสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนปรายตามองพ่อบ้านเหิงที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา

“องครักษ์จิ้น ข้ามาแล้ว”

พ่อบ้านผู้ดูแลคฤหาสน์ที่เดิมทีมักจะทำตัวยิ่งใหญ่คับที่คับทางเป็นนิตย์ บัดนี้ค้อมเอวนอบน้อมอย่างยิ่ง

เขายิ้มประจบ “ให้ผู้แซ่เหิงจัดการเองขอรับ”

จบคำก็รีบโบกไม้โบกมือให้บ่าวชายติดตามเข้าไปห้ามปรามผู้ก่อเหตุอย่างต้องการเอาหน้าทันที

ความวุ่นวายจึงหยุดลงด้วยเหตุนี้

เวลาไม่ถึงครึ่งเค่อ สาวใช้ผู้ก่อเหตุร้ายจับม่านเหนียงกดน้ำจนสลบแน่นิ่งก็ถูกพาตัวมาที่เรือนใหญ่ชั้นสาม โดยมีพ่อบ้านแซ่เหิงเดินตามมาด้วย

เดิมที หากบ่าวไพร่ชั้นต่ำก่อเรื่องทะเลาะเบาะแว้งถึงขั้นตบตีเหิงอันที่เป็นพ่อบ้านดูแลคฤหาสน์แห่งนี้มานานปีย่อมมีสิทธิ์ขาดในการลงโทษผู้ก่อเหตุอย่างสาสม จะขายทิ้งหรือโบยให้ตายก็ย่อมได้

ทว่าวันนี้นายน้อยหลิวที่นานปีทีหนจะมาเยือนที่นี่กลับปรากฏกายให้ได้ยลโฉมอันสูงส่งงามสง่าที่หาได้ยากยิ่ง ทั้งยังออกปากสั่งการให้พาคนมาพบ ตัวเขาจึงไม่อาจสั่งลงโทษทาสคนใดได้ดั่งใจ จำต้องบากหน้าเหี่ยวย่นติดตามเข้ามาด้วย

“นายน้อย...” เหิงอันเอ่ยปากอย่างนอบน้อม “ข้าน้อยพาทาสชั้นต่ำไม่รู้ดินฟ้ามาแล้วขอรับ ขอนายน้อยสั่งการลงทัณฑ์”

หลิวไท่หยางกวาดตามองร่างเล็กบางในชุดสาวใช้ขมุกขมัวนิ่งๆ ม่านตาดำค่อยๆ หรี่แคบ

สาวน้อยผู้ถูกเรียกว่าทาสชั้นต่ำก้มหน้าไม่กล้าเงย หากแต่เนื้อตัวกลับมิได้สั่นเทาแม้แต่น้อย

ช่างน่าสนใจ...บุรุษหนุ่มแค่นเสียงเย็นในลำคอ           แววตาที่จับจ้อง มองไม่ออกว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ใด

“แค่ทาสหรือ?” ผู้เป็นนายถามเสียงชืดชา

เหิงอันกัดปากปาดเหงื่อ ความผิดที่ปล่อยปละละเลยหน้าที่ กระทั่งบ่าวไพร่ไม่อยู่ในกฎระเบียบถึงขั้นวิวาทอย่างอาจหาญเยี่ยงนี้ ตัวเขาไหนเลยจะหลีกเลี่ยงความผิดได้ จำต้องแบกรับแล้ว

ทว่า...ข้าขอปัดความรับผิดชอบมากกว่าครึ่งให้ตัวต้นเหตุได้หรือไม่?

บทก่อนหน้า
บทถัดไป